Filed under: People
เปิดเรื่องมาก็สดใสกันเลยทีเดียว The World is Just Awesome สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยว รักธรรมชาติ คิดว่าคงน่าจะชอบโฆษณาตัวนี้อย่างแน่นอน โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบดู Discovery Channel พอเห็นแอ๊ดตัวนี้ก็ชอบมากจนบางทีนั่งร้องอยู่บ้านหรือเวลาขับรถ : >
ดูเหมือนโฆษาตัวนี้จะเติมเต็มความผจญภัยของผู้เขียนเป็นอย่างดีเพราะด้วยความที่เป็นคนเมืองเต็มรูปแบบคือ รักฟาสฟู้ด ชอบเที่ยวห้าง etc.. แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีเซนส์ของความอนุรักษ์ธรรมชาติ พลังงาน อย่างเต็มเปี่ยมนะครับ : >
D->
Filed under: Days
สวัสดีชาวบล๊อคพาเพลิน เนื่องจากผู้เขียนได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความสุขสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ไม่ว่าคุณอยากจะเที่ยวแบบธรรมชาติหรือจะออกแนวชอปปิ้ง ญี่ปุ่นก็เป็นที่ๆมีให้ทุกอย่าง เรียกว่าครบเครื่องกันเลยทีเดียวแถมอาหารการกิน สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นรับรองได้ว่าโดนใจแน่นอนคือเข้าร้านไหนก็ได้อร่อยหมด หรือแม้แต่ ขนม เครื่องดื่มที่ขายอยู่ในเซเว่นยังมีให้เราเลือกได้อย่างไม่รู้จบ
คงด้วยความที่เค้าเป็นเจ้าแห่งรายละเอียดดังนั้นสิ่งที่เค้าสร้างขึ้นมาล้วนแล้วแต่น่าตื่นตาตื่นใจชวนให้เกิดแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็มีอะไรให้สัมผัสให้ดูตลอดเวลา ดังนั้นบันทึกตอนนี้ก็จะเล่าประสบการณ์ประกอบภาพเผื่อใครจะได้ไปเร็วๆนี้จะได้เป็นไอเดียคร่าวนะครับและก็จะได้เป็นบันทึกของผู้เขียนเองด้วย : >
1. Shibuya - เป็นแหล่งที่คนพลุกพล่านที่สุดแห่งนึงในญี่ปุ่น

- BAPE (Shibuya) เป็นร้านdesignerโดย Nigo นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ที่เขย่าวงการ fashion street wear โดยที่มีศิลปินระดับโลกหลายคนเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์นี้ ผู้เขียนยืนต่อคิวอยู่หน้าร้านครึ่งชั่วโมง

- Beams เป็นstreet wearสำหรับผู้หญิงน่าสนใจดีครับเค้าจะแยกเป็นอีกหลาย Beamsเพื่อฟิตไลฟ์ไสตล์ของคุณ

- Curry house (Shibuya) เนื่อหาตามรูปเลยครับแกงเนื้อโรยหน้าด้วยชีส 55

- Ukulele shop (Shibuya) เป็น Ukulele เป็นเครื่องดนตรีของฮาวายที่คนญี่ปุ่นนิยมมาก ผมคิดว่าวัฒนธรรมนี้น่าจะเข้ามาพร้อมกับการเต้น Hula Dance อึ้มพูดไปเดี๋ยวจะหาข้อมูลมาเล่าให้ฟังนะครับว่ามนเข้ามายังไง..อยากรู้เหมือนกัน โดยที่มุมนี้เป็นการถ่ายมุมโปรดของผู้เขียนเวลาได้กีตาร์มาใหม่ 55 (Ukulele in this case)

- Ameyoko เป็นตลาดขายเสื้อผ้า ของแห้ง ราคาถูกครับ

3. Akihabara – เป็นแหล่งอีเลคโทรนิคครับ กล้องเหรอ..ที่นี่เลย

4. Ohanomisu – ที่นี่เลยผู้เขียนอยู่ได้เป็นวัน เป็นแหล่งขายเครื่องดนตรี..แฮปปี้มาก

5. Tokyo Disneyland – ซุปเปอร์สตาร์ของงาน..เวลาเจอตัวเป็นๆแล้วมันดึงความรู้สึกวัยเด็กออกมาครับ เค้าเจ๋งจริงๆ

6. Daikanyama – เป็นแหล่งที่คนไม่พลุกพล่าน ส่วนใหญ่จะมีแต่shopที่มีอยู่ที่เดียว เป็นแหล่งหรูที่นึงจะสังเกตุได้จากผู้คนจะจูงหมากันขวักไขว่…เอคิดไปเองป่าวนะ

- Junie moon (Daikanyama) แฟน Blythe ต้องที่นี่เลย วันขึ้นปีใหม่ Blythe เค้าจะใส่กิโมโนทุกตัวที่โชว์หน้าร้านเลย

7. Roppongi
- Tokyo midtown สถาปัตยกรรมโดยคุณ Tadao Ando เป็น Complex, Museum, Park, Shop, Restaurant etc. ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

นึกถึงธรรมชาติมั้ยครับ? เป็นส่วนนึงของทางเดินใน Tokyo Midtown เค้าทำให้รู้สึกว่าถ้ามันเป็นธรรมชาติจริงๆจะสดชื่นแค่ไหน ส่วนตัวผู้เขียนชอบไอเดียเค้ามาก เลยคว้า Ukelele มาผสมผสานด้วยเลย : > ชอบ ชอบ

Big Canopy เป็นที่จัดงานต่างๆได้ใน Tokyo Midtown

- Roppongi hills เป็นcomplexอีกที่ มีไอ้เจ้านี่ตั้งอยู่ข้างหน้าด้วย

- TV asahi ว่าจะมาดูห้อง โนบิตะ แต่ดันปิดซะนี่

8. Omotesando
- Omotesando hills ออกแบบโดยคุณ ” Tadao Ando” อีกแล้วครับ ที่นี่จ๊าบมาคือจะมีบันไดเลื่อนอยู่ที่เดียวเท่านั้น วิธีเดินคือขึ้นไปชั้นบนสุดหรือชั้นที่ต้องการแล้วเดินวนลงมาเป็นslopeอ่อนๆจนถึงชั้นล่าง…เยี่ยม

9. Kapabashi – ที่นี่เป็นแหล่งขายเครื่องครัวครับ

10. Ikebukuro
- Namco namja town at sunshine city แหล่งรวามเกี๊วยซ่าสุดอร่อย ปกติผู้เขียนไม่สันทันเท่าไหร่แต่พอได้ลองแล้วถึงเพิ่งรู้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้

Icecream City ศูนย์รวมไอสครีมที่มีขายอยู่ในตลาด คือเค้าจะรวบรวมสิ่งที่มีขายไม่ว่าจะมาจากจังหวัดใดก็ตามในญี่ปุ่นจะรวมอยู่ที่นี่หมดแลย และก็เป็นพิพิทธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับไอสครีมของเค้าไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกล่องเก่าไอสครีมเก่า โฆษนาทางทีวี โคนแบบต่างๆ เจ๋งดีครับ


ก็ขอปิดฉากการทัวร์ญี่ปุ่น 2009 ไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ
ขอบคุณ:
- ดวง ที่เป็นไกด์ตลอดการเดินทาง
- พ่อสมบัติ สำหรับการบินแบบชั้นหนึ่ง มันสุดยอดจริงๆขอรับ
Photogragh by :- D & D- >
D->
Filed under: FOOD&BEVERAGES
สวัสดีปีใหม่..แฟนๆรายการนะครับ รีบมาลงเรื่องใหม่วันนี้เพราะกลัวจะเลยเทศกาลปีใหม่ไปซะก่อน เลยมาทักทายในช่วงเริ่ม 2009 ด้วยเรื่องอร่อยๆ หวานๆ น่าจะดี : >
เรื่องที่จะมาถ่ายทอดวันนี้เป็นเรื่องน่ารู้ สนุกๆจากของกินติดบ้านที่ผู้เขียนชอบมากๆ คิดว่าทุกคนคงมีของโปรดที่ต้องมีติดบ้านไว้ยามหิวก่อนนอนหรือของว่างหลังอาหารเช้า แหมชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่มั้ยหละ…
”nutella” หลายคนถึงกับร้องอ๋อกันเลยทีเดียว คือจริงๆแต่ละช่วงผู้เขียนก็จะมีของโปรดในแต่ละช่วงที่จะมาทาขนมปังเช่น แยมสตอเบอรี่, ครีมชีส, เนยแข็ง etc. แต่ที่ต้องมีติดบ้านไว้ตลอดเวลาก็คือนี่เลย pasta gianduja หรือว่า nutella ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าประวัติให้ฟัง : >
เมื่อราวช่วงปี 1940 Mr. Pietro Ferrero เป็นคนทำขนมและก็เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Ferrero (เอ..ชักคุ้นๆแล้วใช่มั้ยหละครับงั้นฟังต่อนะครับ) แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชอกโกแลตขาดแคลนดังนั้น Mr. Ferrero ก็เลยใช้ hazelnuts ซึ่งมีอยู่มากและเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในแถบที่เค้าอยู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตตาลี ทีแรกเนี่ยเค้าเรียกว่า “pasta gianduja” pasta หมายความว่าสิ่งที่ใช้ป้ายหรือทา ส่วน gianduja คือเป็นชื่อของตัวละครที่มีชื่อเสียงในคณะละครเร่ร่อนของอิตาลี
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมจะใส่มาเป็นแท่งแล้วห่ออยู่ในฟลอยด์โดยที่ต้องใช้มีดตัดแล้ววางบนขนมปัง แต่เด็กๆก็จะชอบกินแต่ใส้ pasta โดยที่เหลือแต่ขนมปังไว้ ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใส่ขวดโหลจึงทำให้เราทาลงบนขนมปังได้ เลยเปลี่ยนไปเรียกว่า “supercrema gianduja” และถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อปี 1964 ว่า “nutella“ จำแนกได้ว่า nut ซึ่งแปลว่าถั่ว ส่วน ella นั้นให้การออกเสียงจบอย่างนุ่มนวล.. 55 ตลกดีเนอะ

เมื่อเปิดตัวภายใต้ชื่อ ”nutella” ได้รับความนิยมมาก เพราะว่าราคาไม่แพงแล้วก็รสชาติดีและก็ 1 กิโล ของช๊อกโกแลต ในสมัยนั้น ราคาเป็น 6 เท่าของ pasta gianduja ในน้ำหนักเท่ากัน
nutella ส่งออกไปที่ สหรัฐเป็นครั้งแรกในปี 1983 แล้วหลังจากนั้นความนิยมก็ได้แผ่กระจายไปทั่วสหรัฐ และ อีกมากกว่า 75 ประเทศทั่วโลก แล้วสังเกตุมั้ยว่านามสกุลของคุณ Pietro Ferrero เนี่ยคุ้นๆมั้ย ถ้าใครเคยลองชอกโกแลตลูกกลมในห่อฟลอยด์สีทองที่เราเรียกกันติดปากว่า “เฟอเรโร่” คือว่ารสชาติมันเหมือน “ชองดูว์ชา” เลยหละครับท่านผู้ชม : >
ข้อมูลจาก: http://www.nutellausa.com/
D- >
เรื่องที่อยากเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เก็บไว้นานแล้วและก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพราะมันก็เป็นแค่มุมมองจากผมเท่านั้น และอีกอย่างเวลาไปสัมภาษณ์ต่างๆนาๆ ก็ไม่มีใครมาถามว่า คุณมีนักกีฬาในดวงใจมั้ย? เลยไม่มีโอกาสได้แชร์เรื่องนี้สักที มาจนวันนี้..เออเรามีแฟนรายการ บล๊อคพาเพลินของเราระดับนึงแล้วนี่น่าจะเป็นโอกาสดีสินะ
คือโดยส่วนตัวเนี่ยเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก(พลาสติกนะ) ก็เรียกว่าโดดเด่นในระดับซอยแถวบ้าน ก็เลยทำให้ชอบดูฟุตบอลเพราะเป็นกีฬาสุดโปรด แต่ว่าเรื่องที่จะเล่าวันนี้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ครับ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุณคงต้องเคยได้ยินชื่อคนคนนี้หรือได้เห็นลีลาการตีลังกาเวลาที่ยิงประตูได้ของเขา
ด้วยความบังเอิญผมได้ดูการถ่ายทอดสดทีมชาติไทยชุดใหญ่พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ซึ่งนัดนี้เป็นการอำลาการเล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ของซิโก้ด้วย โดยที่ฝ่ายไทยตามอยู่หนึ่งลูกและ ซิโก้ ก็ถูกเปลี่ยนลงมาในช่วงท้ายเกม และหลุดเดี่ยวขึ้นไปหนึ่งต่อหนึ่งกับกองหลังตัวสุดท้าย แต่ทันใดนั้นครับท่านผู้ชม ซิโก้ จ่ายให้เพื่อนที่มีโอกาสที่ดีกว่าแปรเข้าไปทำให้ผลนัดนั้นเสมอกัน 1-1 ทั้งๆที่โอกาสตรงหน้าของเขาเองก็มีไม่น้อยถ้าเลือกที่จะยิงเองก็ไม่น่าจะเสี่ยงเกินไป
คือจังหวะเเบบนี้นะครับถ้าวันนั้น ซิโก้ ตัดสินใจยิงลูกนั้นเองแล้วตีลังกาสักสามตลบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปผมคงไม่ต้องมานั่งจดจำฮีโร่ขนานแท้อย่างคุณไว้จนทุกวันนี้หรอก เพราะสิ่งที่ซิโก้ทำวันนี้นมันหายากเหลือเกินครับในสังคมวันนี้ เพียงแต่คุณแสดงให้เห็นว่ามันมีอยู่จริง คือการเสียสละเพื่อทีมเวอร์ค เพื่อประเทศชาติ

ไม่ว่าบทบาทคุณ ซิโก้ จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรคุณคือ ‘ศูนย์หน้าตลอดกาล’ ครับ..
“สถิติในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ (FIFA) บันทึกและให้การรับรองว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ทั้งสิ้น130นัด ยิงได้ 65ประตู ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ยิงได้มากที่สุดของประเทศไทย ตามการจัดอันดับ ดาวซัลโวระดับทีมชาติ ของ FIFA ” (ข้อมูลจาก SportHero และ Wikipedia)
D- >
Filed under: FOOD&BEVERAGES
ปิดฉากไปอย่างยิ่งใหญ่กับโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง คงไม่มีใครปฎิเสธความยิ่งใหญ่ในพิธีเปิด-ปิด และการจัดงาน ทั้งกำลังพลที่ขนกันมาและเทคนิกที่ตระการตาซึ่งเหมือนกับมีนัยยะเสมือนเป็นการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ แกนโลกกำลังจะเปลี่ยนแล้วทั้งทรัพยากร กำลังมนุษย์ เศรฐกิจ ซึ่งสิ่งของทุกอย่างในโลกขณะนี้แทบจะผลิตที่จีนซะเป็นส่วนใหญ่ จีนกำลังบอกว่าเค้าพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของโลกในทุกมุมมอง แม้กระทั่งเค้าเองก็เป็นเจ้าเหรียญทองในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
แต่ทว่าหลังจากมหกรรมกีฬาผ่านไปไม่นานก็มีข่าวเด็กล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุจนกระทั่งมีเด็กเสียชีวิตไป 4 คน และเด็กอีกนับหมื่นที่ต้องเผชิญกันโรคนิ่วในไต สาเหตุมาจากสารปนเปื้อนที่อยู่ในนมผงที่ผลิตในจีน ‘เมลามีน’ ผลกระทบนี้รวมไปถึงผลิตพัณฑ์นมที่ส่งออกไปยังประเทศต่างๆด้วย โดยที่ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น
นี่คงเป็นสัญญาณเตือนว่าจีนพร้อมจริงแล้วหรือ? ความพร้อมทางด้านต่างๆที่จะเป็นผู้นำของโลก น่าจะรวมความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำด้วย คุณเคยไหมที่ซื้อสินค้า Made in China ที่เรียกว่า ‘เปิดแล้วก็พังเลย’.. เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นสัญญาณเตือนเป็นอย่างดีสำหรับจีน และก็เป็นอุธาหรณ์เตือนตัวเราด้วยว่าทำอะไรควรทำให้ดีนะ เพราะทุกสิ่งที่เราทำมันส่งผลถึงคนรอบข้างเสมอ…อืม สอนตัวเอง
โอ้เค..จริงๆสิ่งที่จะนำเสนอวันนี้ เป็นของเก็บตกที่ทุกคนไม่ควรพลาด ผมขอย้ำนะว่าไม่ควรพลาดหรืออาจเรียกว่าถ้าใครมากรุงเทพก็ต้องมาชิมเลยหนะ คือถ้าใครผ่านไปร้านอาหารเก่าแก่ของกรุเทพชื่อว่า Little Home Bakery จริงๆเค้ามีขนมและอาหารหลายอย่างที่อร่อย แต่ไอที่ผมจะแนะนำคือ ‘แพนเค้ก’ ครับแต่มันมีทริกอยู่นิดนึงคือท้อปปิ้งที่ผมจะแนะนำก็คือ เนย กับ ไอสครีมวนิลา แล้วก็ราดเมเปิ้ลไซรัปที่ทางร้านเรียกว่า ‘เชื่อม’ แบบไม่ต้องยั้งนะครับ.. ที่จริงเค้ามีท้อปปิ้งหลายอย่านะครับแต่ว่าลองคอมบิเนชั่นนี้ก่อนได้ป่าว?



เอาเป็นว่าดูเอาเองถึงความเพลิดเพลินแบบสุดขั้วนะครับยังไงซะถ้าได้ไปแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังนะครับจะดีใจมาก : >
ภาพนิ่งโดย: Daranai M.
D-> Dune
Filed under: Days
บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐที่ก่อตั้งมากว่า 158 ปี ล้มละลาย การเมืองไทยปรวนแปรเหมือนมีเมฆอยู่บนหัวตลอดเวลา เรากำลังรออะไรบางอย่างอยู่รึเปล่า? หรือมันต้องเป็นอย่างนี้? แต่เอาเป็นว่าถ้าจะคุยเรื่องการเมืองกันก็ต้องสืบดูก่อนว่าประมาณไหน อืม..เราไม่รู้หนิ
วินโดว์ช๊อปปิ้ง อึ้ม..อยากจะแชร์กับทุกคนให้ฟัง ว่าผมมีภาพ collection รูปน้องๆเหล่านี้ที่เซฟจากทางเนทอยู่จำนวนมากเก็บมานานหลายปี บ้างก็จะเป็นการถ่ายจากมุมโปรดที่ผมชอบ (มุมที่ถ่ายจากตัวล่าง สี Sunburst), เป็นตัวที่ดูแล้วเกิดอารมณ์, เป็นสีโปรด แล้วพอทำอย่างนี้ไปนานๆ ไปถึงระดับนึงแล้วมันติด มันเป็นโรคชนิดนึง แล้วเป็นกันบ้างมั้ย? แล้วอะไรเหรอที่คุณเป็น?


ยังไงซะจะกลับมาใหม่เร็วๆนี้
D-> Dune
Filed under: FOOD&BEVERAGES
กระแสตอบรับดีเกินคาดสำหรับงานเขียนที่ผ่านไปตอนแรก หลายๆคนบอกผมว่าอ่านแล้วสนุกดี ยังไงก็ขอบคุณนะครับและจะปรับปรุงให้ดีๆขึ้นไป ส่วนเรื่องราวก็จะเป็นสิ่งต่างๆใกล้ตัวไม่จำกัดเรท ส่วนตอนนี้ผู้เขียนจะนำเสนออาหารจานเด็ดที่ไม่ว่าเมื่อไหร่แม้เป็นช่วงที่ไม่ทานก็จะแนะนำให้เพื่อนฝูงไปลองชิมดู หรือถ้าใครได้อ่าน DDT ฉบับ Crime Scene Investigate ผู้เขียนก็ได้แนะนำไปแล้วครั้งนึง ส่วนครั้งนี้จะมาแนะนำในมุมมองที่เจาะลึกขึ้นนั่นเอง
ประวัติและความผูกพัน
เมื่อ20ปีมาแล้วคุณพ่อเป็นคนพาไป โดยที่ร้านจะขายช่วงกลางวันเท่านั้นคือถ้าเป็นวันเสาร์เมื่อไหร่ก็จะต้องไปที่นี่อยู่เป็นประจำแต่ตอนนี้ท่านเลิกทานเนื้อไปกว่า15ปีแล้ว แต่ผมก็จะนำเสนอให้เพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เป็นแฟน-พันธุ์เนื้อ อาธิคุณ นอ, คุณบอย-ตรัย ภูมรัตน หรือ บอยฟรายเดย์ เป็นต้น ดังนี้จึงเป็นร้านเกาเหลาเนื้อแห่งความทรงจำเลยทีเดียว
ความพิเศษ
สิ่งพิเศษสำหรับร้านนี้คือเราสามารถจะเลือกชิ้นส่วนใดก็ได้ของวัวเช่น น่อง สันใน เนื้อสด เนื้อเปื่อย หรือ โกเบ(ไม่รู้ว่าส่วนไหนเหมือนกัน) คือเราสามารถจะสั่งได้หลายราคาตั้งแต่ 40-100บาท โดยที่ความนุ่มหรือชิ้นส่วนที่พิเศษจะแปรผันไปตามราคา ส่วนรสชาติของซุปจะเข้มข้นด้วยรสเนื้อแต่จะเป็นสไตล์แบบจีนนะครับ คือรสชาติไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวรสจัดหรือน้ำข้น แต่จุดขายอยู่ที่ความปึ๊กของเนื้อโอยหิว..
Pic 1. นี่..ชามละ 80บาท เป็นขนาดที่ผู้เขียนถนัดที่สุด

Pic 2. เซี้ยกับลูกชาย..เรารู้จักกันมา20ปีแล้วนะ

ข้อติชมเสนอแนะ
คือถ้าใครที่เป็นแฟนเส้นคงต้องบอกว่าเสียใจด้วยนะเพราะร้านนี้ขายเป็นเกาเหลาเท่านั้น หรือใครที่ถนัดที่สวยๆแอร์เย็นๆ ร้านเซี้ยเกาเหลาไร้เทียมทานอยู่กลางตลาดครับ
สถานที่ตั้งเวลาทำการ
อยู่ในตลาดเวิ้งนครเกษม ขายช่วงเที่ยงเท่านั้น และก็หยุดวันอาทิตย์
Credits: ภาพนิ่งโดย ดรณัย
Filed under: Days
วันก่อนได้มีโอกาสไปร่วมเล่นในงานYamahaโดยพวกเรา3คนคือวงฟรายเดย์จะไปโชว์อะคูสติกในร้านของ Yamaha ที่ Paragon ซึ่งเป็นงานเปิดตัวสินค้าของ Yamaha

ในขณะที่เริ่มเล่นเพลงแรกนักดนตรีระดับโลกที่ผมชื่นชอบก็เดินมาอยู่ตรงหน้าในระยะหนึ่งเมตรเค้าคือ Nathan East (เป็นมือเบสที่ร่วมเล่นให้กับศิลปินระดับโลกหลายคนเช่น Eric Clapton, Micheal Jackson, Four Play, etc..(ไม่ใช่ชื่อวงนะ) และอีกคนที่มายืนอยู่ด้วยก็คืออ.แมนรัตน์ สหายสนิทของในหลวงเวลาทรงดนตรี คือถ้ากำหนดการนี้ได้ถูกแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีบุคลสำคัญมายืนดูอย่างนี้คงนอนไม่หลับการที่มีคนระดับโลกอย่างนี้มาอยู่ตรงหน้านี่มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกจริงๆ ทั้งตื่นเต้นและก็กังวลไปต่างๆนานา และโชว์ก็ผ่านไป พอเดินลงมาจากเวทีผมก็มีบทสนทนาสั้นๆกับเขา

Nathan East: Beautiful beautiful…that was beautiful.
Dune: Thank You.
Nathan East: Do you make cd? I want one..
Dune: Oh i’ll find you one.
หลังจากนั้นเค้าก็ร่วมถ่ายรูปกับวงฟรายเดย์
บทวิเคราะห์:
คือถ้าอ่านจากบทสนทนาคือคุณกำลังคิดอยู่แน่ๆเลยใช่มั้ยว่าเค้าชม..แต่สำหรับผมนะ
Nathan East: เอ็งทำต่อไปเถอะไอ้หนูถนนสายนี้มันอีกไกล..ไปให้แฮปปี้นะโว้ย

คือผมได้รับกำลังใจอย่างประหลาดครับ..
Credits: ขอบคุณน้องโน้ตจาก Yamaha Thailand สำหรับรูปครับ
