Filed under: Days
I love flower you know, if you may not know i’m telling you now..good day
: >
Filed under: Music
มีอยู่วันนึงมีคนวางกระดาษอยู่แผ่นนึงที่หน้าห้องนอน คาดว่าพี่สาวคงอยากจะให้อ่านก็เลยทิ้งไว้ให้ เป็นบทความเกี่ยวกับเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งชื่อว่า ‘Ukulele’ ซึ่งเคยบอกไว้นานแล้วว่าจะหาประวัติของเคื่องดนตรีชนิดนี้มาให้อ่านกันก็เลยประจวบเหมาะเลยทีเดียว..
เครื่องดนตรีชนิดนี้ถ้าออกเสียงแบบอเมริกัน เรียกว่า ‘ยู คะ เล ลี่’ แต่ชาวฮาวายจะเรียกว่า ‘อู คู เล เล่’ ซึ่งแน่นอนเครื่องดนตรีชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากชาวพื้นเมืองในฮาวายตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โน่นแหนะครับ ซึ่งคาดว่าได้มาจากการครูพักลักจำเพื่อเลียนแบบเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่คล้ายกีตาร์ เรียกว่า ‘Cavaquinho’ ที่ชาวโปรตุเกสเป็นคนเอาข้ามน้ำข้ามทะเลมา ตามหลักภาษาฮาวายเอี้ยน Uku แปลว่า ‘ของขวัญ’ ส่วน Lele แปลว่า ‘การมา’ ซึ่งน่าจะแปลว่า ‘ของขวัญที่ได้มา’ (จากชาวโปรตุเกส) : >
Ukulele ไม่ได้มีขนาดเดียว ขนาดของมันเริ่มต้นที่ขนาดดั้งเดิมคือ soprano ที่เหมาะใช้สำหรับการตีคอร์ด ตามด้วย concert ที่มีคอยาวขึ้นเพื่อใช้เล่นแบบ fingerstyle ต่อด้วย tenor ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกับจำนวนเฟรทที่มากขึ้น และปิดท้ายด้วย baritone ที่ใหญ่ที่สุดและมีวิธีตั้งเสียงที่ไม่เหมือนแบบอื่นคือตั้งแบบสี่สายล่างของกีตาร์

ส่วนโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ถ้าจะให้ถูกต้องตามต้นตำรับแล้วจะต้องทำจากไม้ koa ซึ่งปัจจุบันเป็นไม้มีราคาแพงและหายาก ซึ่ง koa มีลวดลายที่สวยงามและมีโทนเสียงสดใส แหลมพุ่ง เป็นเอกลัษณ์ของเครื่องดนตรีชนิดนี้ที่สุด
ดั้งเดิม Ukelele ใช้บรรเลงเพลงฮาวายเอี้ยนกันในหมู่ชาวเกาะในงานรื่นเริงต่างๆ ก่อนที่จะไปสู่จุดสูงสุดของเครื่องดนตรีชนิดนี้ในช่วงยุค 60′ s ได้ถูกเปลี่ยนจากเครื่องดนตรีพื้นเมืองเป็นเครื่องดนตรีสากล มีนักดนตรีในอเมริกานำมาเล่นกันหลากหลายแนว ไม่เว้นแต่ศิลปินแจ๊ส ก่อนที่ความนิยมจะถดถอยไปตามกาลเวลา จนกระทั่งเมื่อปลายยุก 90′s นี่เองได้มีศิลปินเชื้อสายญี่ปุ่น-ฮาวาย ที่มาปลุกกระแส Ukulele ด้วยการนำเพลงร่วมสมัยแต่ผสมผสานไปด้วยการเล่นที่แพรวพราวจนได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะด้าน Ukulele ซึ่ง Ukulele ที่แฝงอยู่ในงานเพลงที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเช่น Jack Johnson, Jason Mraz หรือ John Mayer ก็จะมีเสียงเครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นส่วนประกอบในเพลง
โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าได้จับเครื่องดนตรีชนิดนี้ก่อนกีตาร์ซะอีก ยังจำได้มั้ยกีตาร์พลาสติกสีๆ มีสีแดง สีเขียว ที่มีสี่สาย สายใช้เอ็นใสๆ หาซื้อได้ตามร้านของเล่นริมถนนหรือร้านของเล่นที่เป็นรถเข็น ผู้เขียนคิดมาตลอดว่ามันคือกีตาร์แต่พอได้รู้จัก Ukulele ก็เลยถึงบางอ้อว่ากีตาร์พลาสติกที่เราเล่นมาตลอดวัยเด็กมันคือ Ukulele นี่เอง..
Friday color code 2 ก็จะมีเสียงเจ้าเครื่องดนตรีนี้แหละนะรอฟังด้วยนะว่ามันจะเป็นยังไง : >
ขอบคุณ: อัษฏา อาทรไผท จาก D LIFE
Filed under: Uncategorized

ด้วยเธอ
BY Mr.Z feat. Boyd Kosiyabong
วันเวลาที่เรานั้นมีกันและกัน
ทำให้ฉันนั้นรู้ความรักเป็นอย่างไร
ถึงแม้วันนี้จะเกิดความทรงจำ
แต่ว่าจิตใจของฉันก็ยังอยากเก็บไว้
จริงๆไม่รู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร
และก็ไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกไหม
แต่สิ่งที่มั่นใจคือความรักยังคงอยู่
และภาพเธอยังสดใสสวยงามอยู่
ไม่ว่าทุกข์หรือสุขใจจะใช้พลัง
จากวันนั้นอยู่…อยู่ด้วยหัวใจที่มีเธอ
ทุกๆครั้งที่อ่อนแรงตาของฉันก็จะ
หลับลงเพื่อคิดและนึกถึงภาพเธอ
และฉันนั้นก็เกิดกำลังใจขึ้นอย่าง
ประหลาดทุกครั้งอย่างนั้นอยู่เสมอ
จริงๆไม่รู้ว่าเรานั้นเมื่อไหร่จะได้เจอ
ยังคอยคิดถึงภาพของเธอเสมอ
เพราะสิ่งที่มั่นใจคือความรักจะคงอยู่
ภาพเธอจะสดใสสวยงามอยู่
ไม่ว่าทุกข์หรือสุขใจจะใช้พลัง
จากวันนั้นอยู่…อยู่ด้วยหัวใจจากเธอ
http://www.imeem.com/people/3ZBfUT/music/DW_mRD5b/mrz-feat-boyd-kosiyabong-everyday/
Aug 31, 2009
Filed under: People
เปิดเรื่องมาก็สดใสกันเลยทีเดียว The World is Just Awesome สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยว รักธรรมชาติ คิดว่าคงน่าจะชอบโฆษณาตัวนี้อย่างแน่นอน โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบดู Discovery Channel พอเห็นแอ๊ดตัวนี้ก็ชอบมากจนบางทีนั่งร้องอยู่บ้านหรือเวลาขับรถ : >
ดูเหมือนโฆษาตัวนี้จะเติมเต็มความผจญภัยของผู้เขียนเป็นอย่างดีเพราะด้วยความที่เป็นคนเมืองเต็มรูปแบบคือ รักฟาสฟู้ด ชอบเที่ยวห้าง etc.. แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนมีเซนส์ของความอนุรักษ์ธรรมชาติ พลังงาน อย่างเต็มเปี่ยมนะครับ : >
D->
Filed under: Days
สวัสดีชาวบล๊อคพาเพลิน เนื่องจากผู้เขียนได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความสุขสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัย ไม่ว่าคุณอยากจะเที่ยวแบบธรรมชาติหรือจะออกแนวชอปปิ้ง ญี่ปุ่นก็เป็นที่ๆมีให้ทุกอย่าง เรียกว่าครบเครื่องกันเลยทีเดียวแถมอาหารการกิน สำหรับคนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นรับรองได้ว่าโดนใจแน่นอนคือเข้าร้านไหนก็ได้อร่อยหมด หรือแม้แต่ ขนม เครื่องดื่มที่ขายอยู่ในเซเว่นยังมีให้เราเลือกได้อย่างไม่รู้จบ
คงด้วยความที่เค้าเป็นเจ้าแห่งรายละเอียดดังนั้นสิ่งที่เค้าสร้างขึ้นมาล้วนแล้วแต่น่าตื่นตาตื่นใจชวนให้เกิดแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็มีอะไรให้สัมผัสให้ดูตลอดเวลา ดังนั้นบันทึกตอนนี้ก็จะเล่าประสบการณ์ประกอบภาพเผื่อใครจะได้ไปเร็วๆนี้จะได้เป็นไอเดียคร่าวนะครับและก็จะได้เป็นบันทึกของผู้เขียนเองด้วย : >
1. Shibuya - เป็นแหล่งที่คนพลุกพล่านที่สุดแห่งนึงในญี่ปุ่น

- BAPE (Shibuya) เป็นร้านdesignerโดย Nigo นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ที่เขย่าวงการ fashion street wear โดยที่มีศิลปินระดับโลกหลายคนเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์นี้ ผู้เขียนยืนต่อคิวอยู่หน้าร้านครึ่งชั่วโมง

- Beams เป็นstreet wearสำหรับผู้หญิงน่าสนใจดีครับเค้าจะแยกเป็นอีกหลาย Beamsเพื่อฟิตไลฟ์ไสตล์ของคุณ

- Curry house (Shibuya) เนื่อหาตามรูปเลยครับแกงเนื้อโรยหน้าด้วยชีส 55

- Ukulele shop (Shibuya) เป็น Ukulele เป็นเครื่องดนตรีของฮาวายที่คนญี่ปุ่นนิยมมาก ผมคิดว่าวัฒนธรรมนี้น่าจะเข้ามาพร้อมกับการเต้น Hula Dance อึ้มพูดไปเดี๋ยวจะหาข้อมูลมาเล่าให้ฟังนะครับว่ามนเข้ามายังไง..อยากรู้เหมือนกัน โดยที่มุมนี้เป็นการถ่ายมุมโปรดของผู้เขียนเวลาได้กีตาร์มาใหม่ 55 (Ukulele in this case)

- Ameyoko เป็นตลาดขายเสื้อผ้า ของแห้ง ราคาถูกครับ

3. Akihabara – เป็นแหล่งอีเลคโทรนิคครับ กล้องเหรอ..ที่นี่เลย

4. Ohanomisu – ที่นี่เลยผู้เขียนอยู่ได้เป็นวัน เป็นแหล่งขายเครื่องดนตรี..แฮปปี้มาก

5. Tokyo Disneyland – ซุปเปอร์สตาร์ของงาน..เวลาเจอตัวเป็นๆแล้วมันดึงความรู้สึกวัยเด็กออกมาครับ เค้าเจ๋งจริงๆ

6. Daikanyama – เป็นแหล่งที่คนไม่พลุกพล่าน ส่วนใหญ่จะมีแต่shopที่มีอยู่ที่เดียว เป็นแหล่งหรูที่นึงจะสังเกตุได้จากผู้คนจะจูงหมากันขวักไขว่…เอคิดไปเองป่าวนะ

- Junie moon (Daikanyama) แฟน Blythe ต้องที่นี่เลย วันขึ้นปีใหม่ Blythe เค้าจะใส่กิโมโนทุกตัวที่โชว์หน้าร้านเลย

7. Roppongi
- Tokyo midtown สถาปัตยกรรมโดยคุณ Tadao Ando เป็น Complex, Museum, Park, Shop, Restaurant etc. ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

นึกถึงธรรมชาติมั้ยครับ? เป็นส่วนนึงของทางเดินใน Tokyo Midtown เค้าทำให้รู้สึกว่าถ้ามันเป็นธรรมชาติจริงๆจะสดชื่นแค่ไหน ส่วนตัวผู้เขียนชอบไอเดียเค้ามาก เลยคว้า Ukelele มาผสมผสานด้วยเลย : > ชอบ ชอบ

Big Canopy เป็นที่จัดงานต่างๆได้ใน Tokyo Midtown

- Roppongi hills เป็นcomplexอีกที่ มีไอ้เจ้านี่ตั้งอยู่ข้างหน้าด้วย

- TV asahi ว่าจะมาดูห้อง โนบิตะ แต่ดันปิดซะนี่

8. Omotesando
- Omotesando hills ออกแบบโดยคุณ ” Tadao Ando” อีกแล้วครับ ที่นี่จ๊าบมาคือจะมีบันไดเลื่อนอยู่ที่เดียวเท่านั้น วิธีเดินคือขึ้นไปชั้นบนสุดหรือชั้นที่ต้องการแล้วเดินวนลงมาเป็นslopeอ่อนๆจนถึงชั้นล่าง…เยี่ยม

9. Kapabashi – ที่นี่เป็นแหล่งขายเครื่องครัวครับ

10. Ikebukuro
- Namco namja town at sunshine city แหล่งรวามเกี๊วยซ่าสุดอร่อย ปกติผู้เขียนไม่สันทันเท่าไหร่แต่พอได้ลองแล้วถึงเพิ่งรู้ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้

Icecream City ศูนย์รวมไอสครีมที่มีขายอยู่ในตลาด คือเค้าจะรวบรวมสิ่งที่มีขายไม่ว่าจะมาจากจังหวัดใดก็ตามในญี่ปุ่นจะรวมอยู่ที่นี่หมดแลย และก็เป็นพิพิทธภัณฑ์ที่เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับไอสครีมของเค้าไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกล่องเก่าไอสครีมเก่า โฆษนาทางทีวี โคนแบบต่างๆ เจ๋งดีครับ


ก็ขอปิดฉากการทัวร์ญี่ปุ่น 2009 ไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ
ขอบคุณ:
- ดวง ที่เป็นไกด์ตลอดการเดินทาง
- พ่อสมบัติ สำหรับการบินแบบชั้นหนึ่ง มันสุดยอดจริงๆขอรับ
Photogragh by :- D & D- >
D->
Filed under: FOOD&BEVERAGES
สวัสดีปีใหม่..แฟนๆรายการนะครับ รีบมาลงเรื่องใหม่วันนี้เพราะกลัวจะเลยเทศกาลปีใหม่ไปซะก่อน เลยมาทักทายในช่วงเริ่ม 2009 ด้วยเรื่องอร่อยๆ หวานๆ น่าจะดี : >
เรื่องที่จะมาถ่ายทอดวันนี้เป็นเรื่องน่ารู้ สนุกๆจากของกินติดบ้านที่ผู้เขียนชอบมากๆ คิดว่าทุกคนคงมีของโปรดที่ต้องมีติดบ้านไว้ยามหิวก่อนนอนหรือของว่างหลังอาหารเช้า แหมชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่มั้ยหละ…
”nutella” หลายคนถึงกับร้องอ๋อกันเลยทีเดียว คือจริงๆแต่ละช่วงผู้เขียนก็จะมีของโปรดในแต่ละช่วงที่จะมาทาขนมปังเช่น แยมสตอเบอรี่, ครีมชีส, เนยแข็ง etc. แต่ที่ต้องมีติดบ้านไว้ตลอดเวลาก็คือนี่เลย pasta gianduja หรือว่า nutella ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่าประวัติให้ฟัง : >
เมื่อราวช่วงปี 1940 Mr. Pietro Ferrero เป็นคนทำขนมและก็เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Ferrero (เอ..ชักคุ้นๆแล้วใช่มั้ยหละครับงั้นฟังต่อนะครับ) แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชอกโกแลตขาดแคลนดังนั้น Mr. Ferrero ก็เลยใช้ hazelnuts ซึ่งมีอยู่มากและเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในแถบที่เค้าอยู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตตาลี ทีแรกเนี่ยเค้าเรียกว่า “pasta gianduja” pasta หมายความว่าสิ่งที่ใช้ป้ายหรือทา ส่วน gianduja คือเป็นชื่อของตัวละครที่มีชื่อเสียงในคณะละครเร่ร่อนของอิตาลี
ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมจะใส่มาเป็นแท่งแล้วห่ออยู่ในฟลอยด์โดยที่ต้องใช้มีดตัดแล้ววางบนขนมปัง แต่เด็กๆก็จะชอบกินแต่ใส้ pasta โดยที่เหลือแต่ขนมปังไว้ ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใส่ขวดโหลจึงทำให้เราทาลงบนขนมปังได้ เลยเปลี่ยนไปเรียกว่า “supercrema gianduja” และถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อปี 1964 ว่า “nutella“ จำแนกได้ว่า nut ซึ่งแปลว่าถั่ว ส่วน ella นั้นให้การออกเสียงจบอย่างนุ่มนวล.. 55 ตลกดีเนอะ

เมื่อเปิดตัวภายใต้ชื่อ ”nutella” ได้รับความนิยมมาก เพราะว่าราคาไม่แพงแล้วก็รสชาติดีและก็ 1 กิโล ของช๊อกโกแลต ในสมัยนั้น ราคาเป็น 6 เท่าของ pasta gianduja ในน้ำหนักเท่ากัน
nutella ส่งออกไปที่ สหรัฐเป็นครั้งแรกในปี 1983 แล้วหลังจากนั้นความนิยมก็ได้แผ่กระจายไปทั่วสหรัฐ และ อีกมากกว่า 75 ประเทศทั่วโลก แล้วสังเกตุมั้ยว่านามสกุลของคุณ Pietro Ferrero เนี่ยคุ้นๆมั้ย ถ้าใครเคยลองชอกโกแลตลูกกลมในห่อฟลอยด์สีทองที่เราเรียกกันติดปากว่า “เฟอเรโร่” คือว่ารสชาติมันเหมือน “ชองดูว์ชา” เลยหละครับท่านผู้ชม : >
ข้อมูลจาก: http://www.nutellausa.com/
D- >
เรื่องที่อยากเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เก็บไว้นานแล้วและก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพราะมันก็เป็นแค่มุมมองจากผมเท่านั้น และอีกอย่างเวลาไปสัมภาษณ์ต่างๆนาๆ ก็ไม่มีใครมาถามว่า คุณมีนักกีฬาในดวงใจมั้ย? เลยไม่มีโอกาสได้แชร์เรื่องนี้สักที มาจนวันนี้..เออเรามีแฟนรายการ บล๊อคพาเพลินของเราระดับนึงแล้วนี่น่าจะเป็นโอกาสดีสินะ
คือโดยส่วนตัวเนี่ยเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก(พลาสติกนะ) ก็เรียกว่าโดดเด่นในระดับซอยแถวบ้าน ก็เลยทำให้ชอบดูฟุตบอลเพราะเป็นกีฬาสุดโปรด แต่ว่าเรื่องที่จะเล่าวันนี้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ครับ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุณคงต้องเคยได้ยินชื่อคนคนนี้หรือได้เห็นลีลาการตีลังกาเวลาที่ยิงประตูได้ของเขา
ด้วยความบังเอิญผมได้ดูการถ่ายทอดสดทีมชาติไทยชุดใหญ่พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ซึ่งนัดนี้เป็นการอำลาการเล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ของซิโก้ด้วย โดยที่ฝ่ายไทยตามอยู่หนึ่งลูกและ ซิโก้ ก็ถูกเปลี่ยนลงมาในช่วงท้ายเกม และหลุดเดี่ยวขึ้นไปหนึ่งต่อหนึ่งกับกองหลังตัวสุดท้าย แต่ทันใดนั้นครับท่านผู้ชม ซิโก้ จ่ายให้เพื่อนที่มีโอกาสที่ดีกว่าแปรเข้าไปทำให้ผลนัดนั้นเสมอกัน 1-1 ทั้งๆที่โอกาสตรงหน้าของเขาเองก็มีไม่น้อยถ้าเลือกที่จะยิงเองก็ไม่น่าจะเสี่ยงเกินไป
คือจังหวะเเบบนี้นะครับถ้าวันนั้น ซิโก้ ตัดสินใจยิงลูกนั้นเองแล้วตีลังกาสักสามตลบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปผมคงไม่ต้องมานั่งจดจำฮีโร่ขนานแท้อย่างคุณไว้จนทุกวันนี้หรอก เพราะสิ่งที่ซิโก้ทำวันนี้นมันหายากเหลือเกินครับในสังคมวันนี้ เพียงแต่คุณแสดงให้เห็นว่ามันมีอยู่จริง คือการเสียสละเพื่อทีมเวอร์ค เพื่อประเทศชาติ

ไม่ว่าบทบาทคุณ ซิโก้ จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรคุณคือ ‘ศูนย์หน้าตลอดกาล’ ครับ..
“สถิติในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ (FIFA) บันทึกและให้การรับรองว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ทั้งสิ้น130นัด ยิงได้ 65ประตู ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ยิงได้มากที่สุดของประเทศไทย ตามการจัดอันดับ ดาวซัลโวระดับทีมชาติ ของ FIFA ” (ข้อมูลจาก SportHero และ Wikipedia)
D- >
Filed under: FOOD&BEVERAGES
ปิดฉากไปอย่างยิ่งใหญ่กับโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง คงไม่มีใครปฎิเสธความยิ่งใหญ่ในพิธีเปิด-ปิด และการจัดงาน ทั้งกำลังพลที่ขนกันมาและเทคนิกที่ตระการตาซึ่งเหมือนกับมีนัยยะเสมือนเป็นการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ แกนโลกกำลังจะเปลี่ยนแล้วทั้งทรัพยากร กำลังมนุษย์ เศรฐกิจ ซึ่งสิ่งของทุกอย่างในโลกขณะนี้แทบจะผลิตที่จีนซะเป็นส่วนใหญ่ จีนกำลังบอกว่าเค้าพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของโลกในทุกมุมมอง แม้กระทั่งเค้าเองก็เป็นเจ้าเหรียญทองในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
แต่ทว่าหลังจากมหกรรมกีฬาผ่านไปไม่นานก็มีข่าวเด็กล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุจนกระทั่งมีเด็กเสียชีวิตไป 4 คน และเด็กอีกนับหมื่นที่ต้องเผชิญกันโรคนิ่วในไต สาเหตุมาจากสารปนเปื้อนที่อยู่ในนมผงที่ผลิตในจีน ‘เมลามีน’ ผลกระทบนี้รวมไปถึงผลิตพัณฑ์นมที่ส่งออกไปยังประเทศต่างๆด้วย โดยที่ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น
นี่คงเป็นสัญญาณเตือนว่าจีนพร้อมจริงแล้วหรือ? ความพร้อมทางด้านต่างๆที่จะเป็นผู้นำของโลก น่าจะรวมความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำด้วย คุณเคยไหมที่ซื้อสินค้า Made in China ที่เรียกว่า ‘เปิดแล้วก็พังเลย’.. เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นสัญญาณเตือนเป็นอย่างดีสำหรับจีน และก็เป็นอุธาหรณ์เตือนตัวเราด้วยว่าทำอะไรควรทำให้ดีนะ เพราะทุกสิ่งที่เราทำมันส่งผลถึงคนรอบข้างเสมอ…อืม สอนตัวเอง
โอ้เค..จริงๆสิ่งที่จะนำเสนอวันนี้ เป็นของเก็บตกที่ทุกคนไม่ควรพลาด ผมขอย้ำนะว่าไม่ควรพลาดหรืออาจเรียกว่าถ้าใครมากรุงเทพก็ต้องมาชิมเลยหนะ คือถ้าใครผ่านไปร้านอาหารเก่าแก่ของกรุเทพชื่อว่า Little Home Bakery จริงๆเค้ามีขนมและอาหารหลายอย่างที่อร่อย แต่ไอที่ผมจะแนะนำคือ ‘แพนเค้ก’ ครับแต่มันมีทริกอยู่นิดนึงคือท้อปปิ้งที่ผมจะแนะนำก็คือ เนย กับ ไอสครีมวนิลา แล้วก็ราดเมเปิ้ลไซรัปที่ทางร้านเรียกว่า ‘เชื่อม’ แบบไม่ต้องยั้งนะครับ.. ที่จริงเค้ามีท้อปปิ้งหลายอย่านะครับแต่ว่าลองคอมบิเนชั่นนี้ก่อนได้ป่าว?



เอาเป็นว่าดูเอาเองถึงความเพลิดเพลินแบบสุดขั้วนะครับยังไงซะถ้าได้ไปแล้วก็มาเล่าสู่กันฟังนะครับจะดีใจมาก : >
ภาพนิ่งโดย: Daranai M.
D-> Dune
Filed under: Days
บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐที่ก่อตั้งมากว่า 158 ปี ล้มละลาย การเมืองไทยปรวนแปรเหมือนมีเมฆอยู่บนหัวตลอดเวลา เรากำลังรออะไรบางอย่างอยู่รึเปล่า? หรือมันต้องเป็นอย่างนี้? แต่เอาเป็นว่าถ้าจะคุยเรื่องการเมืองกันก็ต้องสืบดูก่อนว่าประมาณไหน อืม..เราไม่รู้หนิ
วินโดว์ช๊อปปิ้ง อึ้ม..อยากจะแชร์กับทุกคนให้ฟัง ว่าผมมีภาพ collection รูปน้องๆเหล่านี้ที่เซฟจากทางเนทอยู่จำนวนมากเก็บมานานหลายปี บ้างก็จะเป็นการถ่ายจากมุมโปรดที่ผมชอบ (มุมที่ถ่ายจากตัวล่าง สี Sunburst), เป็นตัวที่ดูแล้วเกิดอารมณ์, เป็นสีโปรด แล้วพอทำอย่างนี้ไปนานๆ ไปถึงระดับนึงแล้วมันติด มันเป็นโรคชนิดนึง แล้วเป็นกันบ้างมั้ย? แล้วอะไรเหรอที่คุณเป็น?


ยังไงซะจะกลับมาใหม่เร็วๆนี้
D-> Dune
Filed under: Uncategorized
ระเบิดเวลา
กว่า 20 ปีที่แม่รับเลือดมาเพราะการผ่าตัดทำให้รับไวรัสมาโดยไม่รู้ตัวเรียกกันว่า ไวรัส C คือไวรัสชนิดนี้ในสมันโน้นยังไม่มีการค้นพบเพราะการให้เลือดสมัยก่อนยังไม่มีการตรวจสอบว่ามีเชื้อตัวนี้อยู่คือ ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ ดังนั้นคนที่รับเลือดไวรัสมีระยะฟักตัว 20-30ปี หรือแล้วแต่บุคลคล ไวรัส C ที่ติดต่อทางการะแสเลือดนี้ผู้ที่ได้รับมา ไวรัสจะไปทำลายตับโดยทำให้ตับแข็งไปทีละช้าๆ และไม่มีทางรักษาหรือรักษาได้โดยรับวัคซีนเพิ่อบำรุงตับแต่ก็แล้วแต่กรณีว่าร่างกายตอบสนองหรือไม่
ย้อนกลับไป 15 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่ต่างประเทศแม่ก็โทรมาบอกว่าได้รับเชื้อตัวนี้เพราะสงสัยจากการการอ่อนเพลียคาดว่าคงได้รับมาสี่ถึงห้าปีนับจากวันที่ตรวจพบว่าคงจะเป็นจากการผ่าตัดและได้รับเลือดที่ติดเชื้อมา ทำให้เรื่องนี้เหมือนความกังวลที่ฝังอยู่ในหัวเหมือนระเบิดเวลาที่นับถอยหลังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งความดำมืดเกาะกินหัวใจอย่างช้าๆให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เคว้งคว้าง ดำมืด และ มีที่สิ้นสุด…
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
พัดมาแล้วเหรอ? เป็นเสียงเรียกทักขึ้นในใจ…ในขณะที่แม่นอนแน่นิ่งอย่างไม่ตอบสนองอยู่ที่โรงพยาบาลมีเพียงแต่ขยับขาเวลาถูกเรียกหรือเข้าไปคุยด้วย นี่เป็นการช๊อคครั้งที่สี่แต่ครั้งนี้ดูเนิ่นนานและดูหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ย้อนกลับไปกลางเดือนมิถุนาเป็นการช๊อคครั้งแรกที่มาพร้อมกับอาการเจ็บหลังจนทำให้เดินไม่ได้ยิ่งทำให้ความรู้สึกของคนเคยเดินได้ต้องมานอนเฉยๆทำอะไรไม่ได้ตามปกติก็รู้สึกอยากกลับมาเดินให้ได้ โดยที่จากเดิมมีเรื่องโรคตับอยู่แล้วก็ต้องมารักษาเรื่องหลังด้วย เราก็สู้ด้วยกันมีหมอที่ไหนใครแนะนำก็พากันไปรักษาหาทุกแห่งทำทุกอย่างที่ทำได้ ในเมื่อทางเลือกในเรื่องแบบนี้ไม่มี…คือเราจะต้องค้นให้เจอให้ได้ว่ามันคืออะไรจนได้นัดกับหมอเพื่อที่จะผ่าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม แต่ดันมาเกิดอาการช๊อคซะก่อนดังนั้นการที่กระเตงกันไปพบหมออาทิตย์ละสามวันเพื่อเตรียมพร้อมเพื่อการผ่าตัดก็ต้องระงับไป
ผมเป็นคนที่เฝ้าอาการมาตลอดเลยทำให้ไม่เหมือนคนมาเยี่ยมที่จะได้สวัสดีได้บอกลาเมื่อจบวัน หลังจากที่ช๊อคครั้งที่สี่เลยทำให้เพิ่งรู้สึกตัวว่าเรายังไม่ได้บอกลากันเลย ทางออกคืออะไรหละ? ว่างเปล่าแต่มีที่สิ้นสุด สิ่งศักดิสิทธิ์ไง..เดินไปที่ศาลพระภูมิของโรงพยาบาลผมขอท่านว่าผมไม่ได้มาขอให้แม่หายจากความเจ็บป่วยเพราะโรคที่แม่เป็นรักษาไม่ได้แต่ขอให้แม่กลับมาฟื้นให้กลับมาคุยกันก่อนกลับมาตกลงกันก่อน โดยที่ผมบอกไปว่าไม่ว่าจะฟื้นหรือไม่ผมจะเลิกสูบบุหรี่ ฟังดูแปลกๆแต่อย่างน้อยมันน่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนหรือแสดงความจริงใจในสิ่งที่ผมทำได้ แล้วแม่ก็ฟื้นกลับมาตอนเช้าก่อนที่อาการจะกลับมาอีกทีตอนเย็นอีกวันเป็นคืนสุดท้าย
จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเธอไป
Didn’t We Almost Have It All บทเพลงของ วิทนี่ ฮูสตั้น เปิดวนเวียนซ้ำอยู่เพลงเดียวในร้านอาหารโอโตย่าที่จามจุรีสแควร์ (แต่ไม่เป็นไรเพราะชอบเพลงนี้อยู่แล้ว) เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำเพราะเป็นเช้าที่ให้รางวัลกับต้วเองด้วยอาหารญี่ปุ่นหลังจากที่เอาแม่เข้าที่โรงพยาบาลจุฬาฯได้เพื่อที่จะผ่าหลังเพื่อให้เดินได้ ทุกคนในบ้านและแม่ก็ดีใจที่เรากำลังจะมีก้าวแรกในการรักษาอาการที่หลัง เพราะเป็นที่รู้กันว่ากว่าจะมาถึงจุดที่ได้เข้าไปนอนใน รพ. จุฬาฯเป็นสิ่งที่ยากมากเพราะต้องพาแม่มาตรวจร่างกายตรวจความพร้อมเยอะแยะมากมายเลยหลายวันต่ออาทิตย์ จึงเหมือนความสำเร็จเล็กๆของครอบครัวที่ยึดพื้นที่ได้
ขณะนั่งกินไปก็อ่านทวิตเตอร์ไปมีข้อความจากเพื่อนร่วมงานเขียนว่า “เป็นคุณลูกที่น่ารักที่สุด” เท่านั้นแหละน้ำตาร่วงทันทีเหตุผลคืออาจจะเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางคำชมทั้งที่เจตนาหรือไม่เจตนามันเลยเข้าไปทับเส้นแบบทันที หรือบางครั้งแม้จะขณะนี้ก็ตามผมก็ยังมีความสงสัยในตัวเองตลอดเวลาว่าเราเป็นลูกที่ดีพอรึยัง บอกตามตรงว่าไม่แน่ใจจริงๆแต่ ณ เวลานี้บทเรียนบทสุดท้ายที่แม่สอนผมรู้ทุกอย่างแล้วว่าเราจะต้องรักษาสิ่งที่เรามีไว้อย่างที่สุดแค่ไหน
ที่จริงผมมีน้องชายอีกคนอายุห่างกันหนึ่งปีเสียไปตั้งแต่อายุห้าขวบซึ่งดูแล้วว่าน่าจะเป็นคนที่เอาไหนกว่าผมแน่ๆเพราะเป็นเด็กที่พูดจาฉะฉานรู้เรื่องอย่างไม่น่าเชื่อในเด็กวัยนั้นแต่ต้องมาเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งที่สมองที่ไม่ค่อยพบในเด็ก แม่รักน้องมากซึ่งวันที่แม่จากไปก็เป็นวันเดียวกันกับวันที่น้องเสียไปเมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว พูดง่ายๆคือความเชื่อมโยงที่ผมคิดขึ้นเองก็คือลูกชายสุดที่รักมารับตัวไปนั่นเอง
แม่ชอบบอกให้ดูผีเสื้อสีดำชอบแวะมาทักทายในวันไหว้อาม่าเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นซึ่งเรื่องแบบนี้ผมเป็นคนที่เชื่ออยู่แล้วนะโดยเฉพาะเมื่อวันนี้ของผมมาถึงผีเสื้อสีน้ำตาลก็บินมาวนเวียนมาทักทายเหมือนจะบอกในสิ่งที่แม่เชื่อเหมือนกัน
เอารูปต้นไม้ที่แม่ปลูกมาให้ดูกันนะ
ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ

