เรื่องที่อยากเล่าวันนี้เป็นเรื่องที่เก็บไว้นานแล้วและก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเพราะมันก็เป็นแค่มุมมองจากผมเท่านั้น และอีกอย่างเวลาไปสัมภาษณ์ต่างๆนาๆ ก็ไม่มีใครมาถามว่า คุณมีนักกีฬาในดวงใจมั้ย? เลยไม่มีโอกาสได้แชร์เรื่องนี้สักที มาจนวันนี้..เออเรามีแฟนรายการ บล๊อคพาเพลินของเราระดับนึงแล้วนี่น่าจะเป็นโอกาสดีสินะ
คือโดยส่วนตัวเนี่ยเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก(พลาสติกนะ) ก็เรียกว่าโดดเด่นในระดับซอยแถวบ้าน ก็เลยทำให้ชอบดูฟุตบอลเพราะเป็นกีฬาสุดโปรด แต่ว่าเรื่องที่จะเล่าวันนี้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ครับ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง คุณคงต้องเคยได้ยินชื่อคนคนนี้หรือได้เห็นลีลาการตีลังกาเวลาที่ยิงประตูได้ของเขา
ด้วยความบังเอิญผมได้ดูการถ่ายทอดสดทีมชาติไทยชุดใหญ่พบกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2550 ซึ่งนัดนี้เป็นการอำลาการเล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ของซิโก้ด้วย โดยที่ฝ่ายไทยตามอยู่หนึ่งลูกและ ซิโก้ ก็ถูกเปลี่ยนลงมาในช่วงท้ายเกม และหลุดเดี่ยวขึ้นไปหนึ่งต่อหนึ่งกับกองหลังตัวสุดท้าย แต่ทันใดนั้นครับท่านผู้ชม ซิโก้ จ่ายให้เพื่อนที่มีโอกาสที่ดีกว่าแปรเข้าไปทำให้ผลนัดนั้นเสมอกัน 1-1 ทั้งๆที่โอกาสตรงหน้าของเขาเองก็มีไม่น้อยถ้าเลือกที่จะยิงเองก็ไม่น่าจะเสี่ยงเกินไป
คือจังหวะเเบบนี้นะครับถ้าวันนั้น ซิโก้ ตัดสินใจยิงลูกนั้นเองแล้วตีลังกาสักสามตลบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปผมคงไม่ต้องมานั่งจดจำฮีโร่ขนานแท้อย่างคุณไว้จนทุกวันนี้หรอก เพราะสิ่งที่ซิโก้ทำวันนี้นมันหายากเหลือเกินครับในสังคมวันนี้ เพียงแต่คุณแสดงให้เห็นว่ามันมีอยู่จริง คือการเสียสละเพื่อทีมเวอร์ค เพื่อประเทศชาติ

ไม่ว่าบทบาทคุณ ซิโก้ จะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรคุณคือ ‘ศูนย์หน้าตลอดกาล’ ครับ..
“สถิติในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่ (FIFA) บันทึกและให้การรับรองว่า เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ทั้งสิ้น130นัด ยิงได้ 65ประตู ซึ่งเป็นผู้เล่นที่ยิงได้มากที่สุดของประเทศไทย ตามการจัดอันดับ ดาวซัลโวระดับทีมชาติ ของ FIFA ” (ข้อมูลจาก SportHero และ Wikipedia)
D- >