D-> It’s about Music, Food and Happiness stuff


สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
September 6, 2011, 11:58 am
Filed under: Uncategorized

ระเบิดเวลา

กว่า 20 ปีที่แม่รับเลือดมาเพราะการผ่าตัดทำให้รับไวรัสมาโดยไม่รู้ตัวเรียกกันว่า ไวรัส C คือไวรัสชนิดนี้ในสมันโน้นยังไม่มีการค้นพบเพราะการให้เลือดสมัยก่อนยังไม่มีการตรวจสอบว่ามีเชื้อตัวนี้อยู่คือ ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการแพทย์ ดังนั้นคนที่รับเลือดไวรัสมีระยะฟักตัว 20-30ปี หรือแล้วแต่บุคลคล ไวรัส C ที่ติดต่อทางการะแสเลือดนี้ผู้ที่ได้รับมา ไวรัสจะไปทำลายตับโดยทำให้ตับแข็งไปทีละช้าๆ และไม่มีทางรักษาหรือรักษาได้โดยรับวัคซีนเพิ่อบำรุงตับแต่ก็แล้วแต่กรณีว่าร่างกายตอบสนองหรือไม่

ย้อนกลับไป 15 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่ผมเรียนอยู่ที่ต่างประเทศแม่ก็โทรมาบอกว่าได้รับเชื้อตัวนี้เพราะสงสัยจากการการอ่อนเพลียคาดว่าคงได้รับมาสี่ถึงห้าปีนับจากวันที่ตรวจพบว่าคงจะเป็นจากการผ่าตัดและได้รับเลือดที่ติดเชื้อมา ทำให้เรื่องนี้เหมือนความกังวลที่ฝังอยู่ในหัวเหมือนระเบิดเวลาที่นับถอยหลังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งความดำมืดเกาะกินหัวใจอย่างช้าๆให้ความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เคว้งคว้าง ดำมืด และ มีที่สิ้นสุด…

 

สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง

พัดมาแล้วเหรอ? เป็นเสียงเรียกทักขึ้นในใจ…ในขณะที่แม่นอนแน่นิ่งอย่างไม่ตอบสนองอยู่ที่โรงพยาบาลมีเพียงแต่ขยับขาเวลาถูกเรียกหรือเข้าไปคุยด้วย นี่เป็นการช๊อคครั้งที่สี่แต่ครั้งนี้ดูเนิ่นนานและดูหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ย้อนกลับไปกลางเดือนมิถุนาเป็นการช๊อคครั้งแรกที่มาพร้อมกับอาการเจ็บหลังจนทำให้เดินไม่ได้ยิ่งทำให้ความรู้สึกของคนเคยเดินได้ต้องมานอนเฉยๆทำอะไรไม่ได้ตามปกติก็รู้สึกอยากกลับมาเดินให้ได้ โดยที่จากเดิมมีเรื่องโรคตับอยู่แล้วก็ต้องมารักษาเรื่องหลังด้วย เราก็สู้ด้วยกันมีหมอที่ไหนใครแนะนำก็พากันไปรักษาหาทุกแห่งทำทุกอย่างที่ทำได้ ในเมื่อทางเลือกในเรื่องแบบนี้ไม่มี…คือเราจะต้องค้นให้เจอให้ได้ว่ามันคืออะไรจนได้นัดกับหมอเพื่อที่จะผ่าที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม แต่ดันมาเกิดอาการช๊อคซะก่อนดังนั้นการที่กระเตงกันไปพบหมออาทิตย์ละสามวันเพื่อเตรียมพร้อมเพื่อการผ่าตัดก็ต้องระงับไป

ผมเป็นคนที่เฝ้าอาการมาตลอดเลยทำให้ไม่เหมือนคนมาเยี่ยมที่จะได้สวัสดีได้บอกลาเมื่อจบวัน หลังจากที่ช๊อคครั้งที่สี่เลยทำให้เพิ่งรู้สึกตัวว่าเรายังไม่ได้บอกลากันเลย ทางออกคืออะไรหละ? ว่างเปล่าแต่มีที่สิ้นสุด สิ่งศักดิสิทธิ์ไง..เดินไปที่ศาลพระภูมิของโรงพยาบาลผมขอท่านว่าผมไม่ได้มาขอให้แม่หายจากความเจ็บป่วยเพราะโรคที่แม่เป็นรักษาไม่ได้แต่ขอให้แม่กลับมาฟื้นให้กลับมาคุยกันก่อนกลับมาตกลงกันก่อน โดยที่ผมบอกไปว่าไม่ว่าจะฟื้นหรือไม่ผมจะเลิกสูบบุหรี่ ฟังดูแปลกๆแต่อย่างน้อยมันน่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนหรือแสดงความจริงใจในสิ่งที่ผมทำได้ แล้วแม่ก็ฟื้นกลับมาตอนเช้าก่อนที่อาการจะกลับมาอีกทีตอนเย็นอีกวันเป็นคืนสุดท้าย

 

จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเธอไป

Didn’t We Almost Have It All บทเพลงของ วิทนี่ ฮูสตั้น เปิดวนเวียนซ้ำอยู่เพลงเดียวในร้านอาหารโอโตย่าที่จามจุรีสแควร์ (แต่ไม่เป็นไรเพราะชอบเพลงนี้อยู่แล้ว) เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำเพราะเป็นเช้าที่ให้รางวัลกับต้วเองด้วยอาหารญี่ปุ่นหลังจากที่เอาแม่เข้าที่โรงพยาบาลจุฬาฯได้เพื่อที่จะผ่าหลังเพื่อให้เดินได้ ทุกคนในบ้านและแม่ก็ดีใจที่เรากำลังจะมีก้าวแรกในการรักษาอาการที่หลัง เพราะเป็นที่รู้กันว่ากว่าจะมาถึงจุดที่ได้เข้าไปนอนใน รพ. จุฬาฯเป็นสิ่งที่ยากมากเพราะต้องพาแม่มาตรวจร่างกายตรวจความพร้อมเยอะแยะมากมายเลยหลายวันต่ออาทิตย์ จึงเหมือนความสำเร็จเล็กๆของครอบครัวที่ยึดพื้นที่ได้

ขณะนั่งกินไปก็อ่านทวิตเตอร์ไปมีข้อความจากเพื่อนร่วมงานเขียนว่า “เป็นคุณลูกที่น่ารักที่สุด” เท่านั้นแหละน้ำตาร่วงทันทีเหตุผลคืออาจจะเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางคำชมทั้งที่เจตนาหรือไม่เจตนามันเลยเข้าไปทับเส้นแบบทันที หรือบางครั้งแม้จะขณะนี้ก็ตามผมก็ยังมีความสงสัยในตัวเองตลอดเวลาว่าเราเป็นลูกที่ดีพอรึยัง บอกตามตรงว่าไม่แน่ใจจริงๆแต่ ณ เวลานี้บทเรียนบทสุดท้ายที่แม่สอนผมรู้ทุกอย่างแล้วว่าเราจะต้องรักษาสิ่งที่เรามีไว้อย่างที่สุดแค่ไหน

ที่จริงผมมีน้องชายอีกคนอายุห่างกันหนึ่งปีเสียไปตั้งแต่อายุห้าขวบซึ่งดูแล้วว่าน่าจะเป็นคนที่เอาไหนกว่าผมแน่ๆเพราะเป็นเด็กที่พูดจาฉะฉานรู้เรื่องอย่างไม่น่าเชื่อในเด็กวัยนั้นแต่ต้องมาเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งที่สมองที่ไม่ค่อยพบในเด็ก แม่รักน้องมากซึ่งวันที่แม่จากไปก็เป็นวันเดียวกันกับวันที่น้องเสียไปเมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว พูดง่ายๆคือความเชื่อมโยงที่ผมคิดขึ้นเองก็คือลูกชายสุดที่รักมารับตัวไปนั่นเอง

แม่ชอบบอกให้ดูผีเสื้อสีดำชอบแวะมาทักทายในวันไหว้อาม่าเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นซึ่งเรื่องแบบนี้ผมเป็นคนที่เชื่ออยู่แล้วนะโดยเฉพาะเมื่อวันนี้ของผมมาถึงผีเสื้อสีน้ำตาลก็บินมาวนเวียนมาทักทายเหมือนจะบอกในสิ่งที่แม่เชื่อเหมือนกัน

 

เอารูปต้นไม้ที่แม่ปลูกมาให้ดูกันนะ

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ

Advertisement

2 Comments so far
Leave a comment

พี่ดูแลคุณแม่ดีมากๆซึ่งผมก็เชื่อว่าพี่ได้ทำหน้าที่ของลูกที่ดีแล้ว ข้อความเหล่านั้นได้เตือนสติ จริงๆทุกคนนั้นก็มีระเบิดเวลาด้วยทุกคน ผมก็ไม่ได้อยู่กับแม่ก็ตั้งแต่ปี1 จนตอนนี้ แต่เราก็คุยกันทุกวันทางมือถือโชคดีที่แม่ยังแข็งแรงดี ถึงแม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ผมก็เชื่อว่ากำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญแม่คงเข้าใจผม แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้ ผมหวังว่าสักวันเราจะได้อยู่ด้วยกัน อยากให้แม่รออีกนิด

เมื่อไหร่ที่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดมาเมื่อไหร่ เราก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพี่ทำหน้าที่ที่ชีวิตหนึ่งคนจะทำคนหนึ่งคนได้ดีที่อย่าไปคิดเรื่องที่ผ่านมาจะทำให้เสียใจ ทุกคนก็มีความเจ็บความอ้างว้างพื้นที่ว่างเปล่าในหัวใจกันทั้งนั้นแต่เขาไม่พูดกันแบบที่พี่บอก ‘จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเธอไป’ ;’)

Comment by นนท

น้ำตาซึมเลย..ขอบใจน้องเอ้ย

Comment by aladune




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s



Follow

Get every new post delivered to your Inbox.